fbpx
ch.erawan hot-line :
>> 063-445-3444
menu
รู้จัก Mitsubishi

MITSUBISHI

ชื่อ มิตซูบิชิ เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า “THREE DIAMONDS” ในภาษาอังกฤษ หรือ “เพชรสามเม็ด” ในภาษาไทย สัญลักษณ์ของมิตซูบิชิจึงให้ความหมายตรงกับชื่อทุกประการ เพราะเป็นรูปเพชรสีแดงสามเม็ดวางเรียงกันเป็นรูปใบไม้สามแฉก มิตซูบิชิใช้สัญลักษณ์นี้มาตั้งแต่ปี 1908 โดยดัดแปลงมาจากตราประจำตระกูลของ มร. ยาตาโร อิวาซากิ (YATARO IWASAKE) ผู้ก่อตั้งกิจการซึ่งเป็นรูปเพชรสามเม็ดวางซ้อนกันอยู่ภายในรูปแปดเหลี่ยม กับตราประจำตระกูลของ มร. ยาราโร อิวาซากิ (TOSA YAMAUCHI) ซึ่งเป็นรูปใบโอ๊ดสามใบวางเรียงกันเป็นสามแฉก
ประวัติความเป็นมาของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์พอเรชั่น (MITSUBISHE MOTORS CORPORATION) ผู้ผลิตรถมิตซูบิชิสามารถย้อนหลังไปได้ถึงปี 1870 อันเป็นปีที่ มร. ยาตาโร อิวาซากิ ก่อตั้งบริษัทรับส่งสินค้าขึ้นในเมืองโอซากา มีชื่อว่าบริษัท ทสึคูโม โชกาอิ (TSUKUMO SHOKAI) สามปีหลังจากนั้นชื่อ มิตซูบิชิ ก็กำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ มร. อิวาซากิ เปลี่ยนชื่อกิจการของเขาเป็น มิตซูบิชิ โชกาอิ (MITSUBISHI SHODAI)ในช่วง 6 ทศวรรษหลังจากนั้น กิจการของมิตซูบิชิขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีการก่อตั้งบริษัทในเครือขึ้นหลายบริษัท และมีการผลิตรถยนต์ 4 ล้อออกจำหน่ายเป็นครั้งแรกในปี 1917 มีชื่อว่ารถมิซูบิชิโมเดล-เอ (MITSUBISHI MODEL-A ) โดยผลิตขึ้นตามแบบรถ เฟียต ของอิตาลีในช่วงเวลา 5 ปี ระหว่างปี 1917-1921 มิตซูบิชิผลิตรถแบบนั้นออกจำหน่ายเพียงประมาณ 20 คัน ก่อนเปลี่ยนกิจการจากการผลิตรถบรรทุกและรถโดยสารโดยใช้ชื่อ ฟูโซ (FUSO)
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มิตซูบิชิเป็นผู้ผลิตรถถัง เรือรบและยุทธภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ ให้แก่กองทัพญี่ปุ่น ดังนั้นเมื่อสงครามสงบและกองทัพพันธมิตรเข้ายึดครองญี่ปุ่น มิตซูบิชิจึงถูกบีบบังคับให้แยกกิจการออกเป็น 2 ส่วน คือ มิตซูบิชิ ชิพบิลดิง แอนด์ เอนจิเนีย (MITSUBISHI SHIPBUILDING AND ENGINEER CO;LTD.) และ มิตซูบิชิ นิปปอน เฮฟวี่ อินดัสตรีส์ (MITSUBISHI HEAVY INDUSTRIES LTD.) อย่างไรก็ตาม 12 ปีหลัง จากนั้นคือในปี 1964 ทั้งสามบริษัทก็รวมตัวเป็นบริษัทเดียวกันอีกครั้งหนึ่งภายใต้ชื่อ มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรีส์ โดยที่ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกจำหน่ายมีตั้งแต่ เบียร์ กล้องถ่ายภาพ อากาศยาน คอมพิวเตอร์ ไปจนถึง รถขุดดิน เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ รถยนต์และเรือใบ และมีฐานะเป็นบริษัทอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดในโลกรายหนึ่ง ในปี 1970 กิจการผลิตรถยนต์ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วก็ถูกแยกออกมาเป็นบริษัทต่างหากมีชื่อว่า บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์พอเรชัน (MITSUBISHI MOTORS CORPORATION)
และหนึ่งปีหลังจากนั้น มิตซูบิชิก็ตัดสินใจร่วมมือกับ ไครสเลอร์ คอร์พอเรชัน (CHRYSLER CORPORATION) บริษัทผู้ผลิต รถยนต์รายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสหรัฐอเมริกา โดยยอมให้ไครสเลอร์เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 35 ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์พอเรชัน ผลลัพธ์จากความร่วมมือดังกล่าวทำให้กิจการผลิตรถยนต์ของมิซูบิชิเติบโตอย่างรวดเร็ว และสามารถขยายกำลังผลิตถึงระดับ 1 ล้านดันต่อปีได้เป็นครั้งแรกในปี 1979 ปัจจุบัน มิตซูบิขิ มอเตอร์ส คอร์พอเรชัน เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 12 ของโลก รถยนต์ที่ผลิตออกจำหน่ายมีตั้งแต่รถยนต์นั่ง รถบรรทุก รถจีพขับ 4 ล้อ ไปจนถึง รถบัส รถเทรเลอร์ และรถที่ใช้ในงานก่อสร้าง ในรอบปี 1990 ผลิตรถยนต์ได้รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,335,000 คัน และทำยอดขายได้รวมทั้งสิ้นประมาณ 434,000ล้าน
ดาวน์โหลด (6)
ดาวน์โหลด (7)
 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตรถยนต์ของประเทศไทย ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยยนตรกรรมทุกรูปแบบในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ เป้าหมายสูงสุดของเรา คือการได้สรรค์สร้างยนตรกรรมที่จะเชื่อมโยงผู้คนไปสู่ทุกมุมโลก เพื่อให้ตรงกับคำนิยามของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส “Drive@earth”
ขณะเดียวกัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อม และการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยการทำงานภายใต้แนวคิด “วิสัยทัศน์ด้าน สิ่งแวดล้อมของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส กรุ๊ป สู่ปี 2020” บริษัทในกลุ่มจะพัฒนาและปรับเปลี่ยนการค้นคว้าวิจัยการจัดซื้อวัตถุดิบ การผลิต การจำหน่าย ตลอดจนการบริการหลังการขายที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายหลักที่จะลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตให้ได้ร้อยละ 70 ในปี ค.ศ.2020 ด้วยการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากภาครัฐ ประกอบกับความเหมาะสมด้านการลงทุน และทักษะฝีมือแรงงานในประเทศไทย ทำให้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (MMC) ได้ไว้วางใจเลือกให้ประเทศไทย เป็นฐานการผลิตรถกระบะของบริษัท เพื่อส่งไปจำหน่ายทั่วโลก และล่าสุด มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจอีกครั้ง ให้เป็นฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์ขนาดเล็กใน โครงการ Mitsubishi Global Small นับเป็นโปรดักแชมเปี้ยนรุ่นที่ 2 ที่ผลิตโดยฝีมือคนไทย และส่งไปจำหน่ายยังทั่วโลก
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้พัฒนาระบบการทำงานและกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง สร้างความแข็งแกร่งด้วยการยกระดับคุณภาพของเครื่องจักร พัฒนาเทคโนโลยีการผลิต ตลอดจนฝึกฝนทักษะฝีมือของทีมงานอย่างเข้มข้น เพื่อรองรับการเพิ่มปริมาณการผลิต และการส่งออกไปยังนานาประเทศทั่วโลก โรงงานประกอบรถยนต์ทั้งสามแห่งของบริษัทฯตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง สอดคล้องกับกลยุทธ์ระดับนานาชาติ ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ที่จะสร้างให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต และส่งออกไปยังทุกภูมิภาคทั่วโลก
ด้วยความใส่ใจต่อความสำคัญของการผลิตรถยนต์ ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจโรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่สาม ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จึงนำกระบวนการทำงานและการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ อาทิ ระบบการพ่นสีที่ใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย (Aqueous Coating System) นอกจากนี้ยังเพิ่มอัตราการใช้เครื่องจักรกล จากสัดส่วนเดิมร้อยละ 8 ในโรงงานแห่งที่หนึ่ง และสอง ให้เป็นร้อยละ 40 ในโรงงานแห่งที่สาม เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพิ่มคุณภาพและปริมาณการผลิต ด้วยการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่าและเหมาะสม
โรงงานแห่งที่หนึ่ง ประกอบรถยนต์นั่งรุ่น มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ และรถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (PPV) รุ่นมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ด้วยความสามารถในการผลิตสูงสุด 75,000 คันต่อปี
โรงงานแห่งที่สอง ประกอบรถกระบะ รุ่น มิตซูบิชิ ไทรทัน และรถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (PPV) รุ่นมิตซูบิชิปาเจโร สปอร์ต ด้วยความสามารถในการผลิตสูงสุด 180,000 คันต่อปี
โรงงานแห่งที่สาม ประกอบรถยนต์ในโครงการ Global Small ซึ่งสอดคล้องกับโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรืออีโค คาร์ ของประเทศไทยในรุ่น มิตซูบิชิ มิราจ และมิตซูบิชิ แอททราจ ด้วยความสามารถในการผลิตสูงสุด 165,000 คัน
โรงงานผลิตเครื่องยนต์ ดำเนินการภายใต้ชื่อ บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิน จำกัด (MEC) เป็นการขยายสายการผลิตเครื่องยนต์ ออกมาจากโรงงานประกอบรถยนต์เดิมมีกำลังการผลิตเครื่องยนต์ทั้งระบบเบนซินและดีเซล รวมต่อปีประมาณ 502,000 เครื่อง เพื่อส่งมอบให้แก่โรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทย และส่งออกไปยังโรงงานประกอบรถยนต์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น
โรงงานประกอบรถยนต์ทั้งสามแห่งของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีความสามารถในการผลิตรวมกันถึง 420,000 คัน ต่อปี แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุด ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ที่นอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่น

ปรัชญา 4 ประการสำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอปอเรชั่น อันเป็นพื้นฐานขององค์กรเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ STEP :

  • Support for the next generation สนับสนุนคนรุ่นใหม่เพื่อความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในอนาคต
  • Traffic safety สนับสนุนการให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยในการจราจร รวมถึงการลดอุบัติเหตุในการขับขี่
  • Environment preservation สนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
  • Participation in local communities สนับสนุนการสร้างและพัฒนาชุมชนในภูมิภาค
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ตระหนักถึงปรัชญาอันเป็นพื้นฐานขององค์กรด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอันสอดคล้องกับปรัชญาสำคัญทั้ง 4 ด้าน ด้วยจิตสำนึกของการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ต้องการที่เห็นทุกชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล และมีความสุข กิจกรรมต่างๆ จึงได้ถูกดำเนินการขึ้นโดยที่มิได้มุ่งหวังผลตอบแทนทางธุรกิจ แต่มีค่ามากกว่าด้วยรอยยิ้มที่เกิดขึ้น
นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้บริจาคเงินรวมปีละ 1 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียน แก่โรงเรียน 50 แห่ง ในพื้นที่ห่างไกล ภายใต้ชื่อโครงการ “มิตซูอิ่มใจ น้องได้อิ่มท้อง” จนถึงปัจจุบัน มีโรงเรียนขนาดเล็กภายใต้สังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับการสนับสนุนไปแล้ว 238 แห่ง จาก 58 จังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังได้จัดทำกิจกรรม “โรงเรียนของฉัน” เชิญชวนให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคม โดยการเสนอชื่อโรงเรียนประถมที่ตนเคยเรียน หรือโรงเรียนประถมในจังหวัดบ้านเกิด เพื่อเข้ารับการพิจารณา อันเป็นการส่งเสริมจิตสำนึกรักภูมิลำเนาของตน โครงการนี้ถือเป็นกิจกรรมหลักเพื่อสังคม ที่พนักงานและผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ ได้เข้าร่วมในฐานะส่วนหนึ่งของครอบครัวมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย









มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดโครงการอบรมความรู้เกี่ยวกับการขับขี่ให้เกิดความปลอดภัย มารยาทในการขับรถ การบำรุงรักษารถยนต์เบื้องต้น การขับรถอย่างประหยัดน้ำมัน และเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง โดยทีมวิทยากรและครูฝึกผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ให้เกิดความปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และผู้ใช้ถนน












โครงการ MMTh Power เป็นกิจกรรมที่สนับสนุนให้พนักงานทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่น ได้ร่วมกันทำประโยชน์แก่สาธารณะ และสร้างจิตสำนึกรัก
สิ่งแวดล้อม อาทิ กิจกรรมหาดบางแสนสวยด้วยมือเรา เชิญชวน ผู้บริหาร พนักงาน และครอบครัวพนักงานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ทั้งจากสำนักงานรังสิต และโรงงานแหลมฉบัง ร่วมกันทำความสะอาดชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี ผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนรวม 230 คน ได้ช่วยกันเก็บขยะ และเรียนรู้การแบ่งแยกขยะ ตลอดเส้นทางชายหาดบางแสนความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ทำให้ชายหาดบางแสนซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดชลบุรี และเป็นจังหวัดที่ตั้งของโรงงานผลิตรถยนต์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้ง 3 โรงงาน มีความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้น






มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีสำนักงานตั้งอยู่ในจังหวัดปทุมธานี และมีโรงงานประกอบรถยนต์อยู่ในจังหวัดชลบุรี บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการ
ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีแก่ชุมชนโดยรอบสำนักงานและโรงงาน และได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมหลากหลายรูปแบบ อาทิ การส่งมอบความสุขด้วยอุปกรณ์การเรียน กีฬา และเครื่องใช้จำเป็นอื่นๆ สำหรับการศึกษา ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ให้แก่นักเรียนในโรงเรียนพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และชลบุรี






โทรเลย